รวมบทความรำลึกถึง ครูองุ่น 1
 รวมบทความรำลึกถึง ครูองุ่น 2
 นิทานพื้นบ้านนานาชาติ ตำนานพระจันทร์ ปาปัว นิวกินนี แปลและเรียบเรียงโดย องุ่น มาลิก
 แม่มดกับไข่ทอง และ มือใครยาวสาวได้สาวเอา
 ระดับความว้าวุ่นของสังคม กระทบความราบรื่นของครอบครัว

 

ระฆังลั่น   ความเป็นมนุษย์ที่เต็ม

                      สังคมทุนนิยมปัจจุบันมืดแปดด้านต่อการลดปัญหาชีวิตที่รุมล้อมตนเอง ยิ่งพบว่าแนวการแก้ปัญหาโดยอาศัยเศรษฐกิจการเมืองดูจะเป็นหมัน   ยิ่งทำให้ความรู้สึกว่าตนเป็นผู้ถูกกระทำชัดเจน   และเจ็บปวดยิ่งขึ้น   บุคคลสำนึกว่าศักยภาพของมนุษย์ที่จะยืนผงาดผู้พิชิตถูกท้าทายอย่างหนัก  นี่กระมังเป็นเหตุให้บุคคลหันกลับมาสู่การพิชิตตนเอง  นั่นคือฆ่าความเห็นแก่ตัว ตัดรากเหง้าของตัณหามุ่งหาอิสรภาพให้หลุดจากการครอบงำทางความคิด  หันเหศักยภาพแห่งตนมาสู่แนวทางที่จะเห็นมนุษย์ด้วยกันได้อยู่ได้เป็นอย่างสมศักดิ์ศรีที่เกิดมาเป็นมนุษย์ พญามารผีป่าผีฟ้าทั้งหลายกำลังคลั่งเพราะมนุษย์จำนวนมากขึ้นเริ่มเงี่ยหูฟังระฆังลั่นความเป็นมนุษย์ที่เต็ม

                   เยาวมิตรผู้หนึ่งเธอตั้งข้อสงสัย   ก็บนเส้นทางชีวิตของแต่ละคนดูจะหนีความขัดแย้งไม่พ้นเลย   ยังมีวิธีหรือที่จะมีชีวิตอยู่อย่างไม่มีปัญหา  ดังที่กล่าวว่าเป็นคุณภาพของความเป็นมนุษย์ที่เต็ม

                    คุณพูดถูกแล้วปัญหาย่อมมีอยู่   การพยายามแก้ปัญหาด้วยสติปัญญาย่อมดำเนินต่อไป  แต่ในด้านอารมณ์และความยึดมั่นถือมั่นบุคคลต้องอยู่เหนือปัญหา นี้เป็นภาษาธรรมจึงค่อนข้างจะฟังยาก  จะขอยกทรรศนะจิตวิทยามาช่วยตีความกล่าวคือ ในวิถีชีวิตย่อมเกิดการเรียนรู้ที่จะปลดตนเองในด้านอารมณ์ออกเสียจากปัญหาเป็นครั้งคราวด้วยความมีสติรู้ตัว  (ต่างกับการละปัญหาด้วยการเสพของมึนเมาอันเป็นทางไร้สติ)

                    อธิบายว่าหากบุคคลปล่อยอารมณ์ให้หมกมุ่นกับปัญหาที่แก้ไม่ตก  ความหมกมุ่นทับถมจะยังผลระส่ำระสายต่อระบบประสาทและจิตใจแสดงออกให้เห็นโดยความเครียด  และความวิตกกังวล นั่นเป็นผลร้ายต่อเสถียรภาพของบุคลิกภาพอย่างชัดเจน

                        ประจักษ์พยานของผลร้ายแห่งการจมดิ่งอยู่ในปัญหา  มองเห็นได้ในเชิงเปรียบเทียบจากการทดลองกับหนู   ในการทดลองอันหนึ่งนักจิตวิทยาวางเงื่อนไขให้หนูหิวต้องเลือกระหว่างสองประตู  ประตูหนึ่งโดดเข้าไปจะพบอาหาร   อีกประตูหนึ่งโดดเข้าไปจะพบไฟฟ้าช็อต    ประตูทั้งสองถูกกำหนดให้คล้ายคลึงกันจนหนูไม่สามารถแยกได้ว่า   ไหนเป็นประตูอาหาร  ไหนเป็นประตูภัย   หนูจะเลือกโดดผิด  โดดถูกไปตามความบังเอิญ   หนูไม่อยากโดดแต่ต้องโดดเพราะหิว   และถูกเป่าลมใส่   หนูตัวเดิมที่ผ่านกระจกโดดเข้าสู่ประตูแล้วจะถูกนำมาวางบนแป้นหน้าประตูเพื่อการโดดครั้งต่อไป   จำนวนกี่ครั้งเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในตารางบางตัวถูกกำหนดให้กระโดดไปจนสุดแรงกล่าวคือครั้งสุดท้ายหล่นลงนอนนิ่งหน้าประตูนั่นเอง

                        ปรากฏว่าในช่วงท้ายของการทดลอง   หนูจะไม่พิจารณาต่อไปแล้ว่า  ประตูไหนถูกประตูไหนผิด  มันโจนจากแป้นเข้าสู่ประตูอย่างไร้สติ  เนื้อตัวถลอกปอกเปิก

                        ผลการทดลองนี้นักจิตวิทยานำมาประเทียบให้เห็นว่า  เมื่อบุคคลต้อนวนเวียนอยู่กับปัญหาที่ตัวแก้ไม่ตกจะเกิดอาการเครียดอย่างรุนแรงซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาทางบุคลิกภาพยิ่งขึ้น   ความทรุดโทรมของสุขภาพทางกายและจิตย่อมเป็นดัชนีชี้ว่า   การจมมิดอยู่กับปัญหาไม่บังเกิดผลพึงปรารถนาเลย  เพราะมันเป็นอุปสรรคต่อความมีชีวิตที่เต็ม

                        ถ้าเราหวนมาเปรียบเทียบกับทางธรรมพอจะพูดได้ว่า  การรู้จักละวางปัญหาเสียได้ในโอกาสอันควร  ย่อมเป็นไปเพื่อความงอกงามของปัญญา  เสริมด้วยความอดกลั้น  และกำกับท้ายด้วยจิต  เมตตาและบริสุทธิ์  นี่คือความหมายของการอยู่เหนือปัญหาในสภาพที่ปัญหาไม่สามารถบั่นทอนการและจิตของบุคคลได้

                        ด้วยการคิดที่ได้พิสูจน์แล้วเช่นนี้  เราสามารถสรุปให้เห็นสัจธรรมที่คุ้มครองโลกว่าหนทางจะพิทักษ์ตนเองให้อยู่เหนือปัญหานั้นมีอยู่   ส่วนผู้ใดจะทำได้มากน้อยและในระดับไหนขึ้นอยู่กับอิริยภาพที่จะขวนขวายปฏิบัติของแต่ละคน   สัจธรรมนี้ประกอบด้วย  สุทธิ  ปัญญา  เมตตา  ขันติ  ประดุจหลักสี่

                       ขอขยายความต่อไปว่า  หากบุคคลนั้นเผชิญกับปัญหาหนักหน่วงทับทวี   และเงื่อนไขที่จะอำนวยให้เขาหลุดจากปัญหาไม่มี   ความวิตกกังวลของเขาจะเกาะตัวกลายเป็นความกลัว     กลัวว่าผู้อื่นจะตำหนิว่าร้าย     กลัวว่าตนเองจะไม่ประสบหนทางสัมฤทธิ์ในการหาเลี้ยงตนเอง   แท้จริงความกังวลในเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องธรรมดาที่อาจเกิดขึ้นแก่ทุกคนในวัยต่างๆกัน   และโดยกฎแห่งมัชฌิมบุคคลส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ ๘๗  จะสามารถปัดเป่าบรรเทาปัญหาของตนได้พอสถานประมาณ

                        แต่ถ้าเงื่อนไขสิ่งแวดล้อมไม่อำนวยให้บุคคลหาทางออกจากปัญหาได้    ความกลัดกลุ้มทางอารมณ์และความเครียดทางประสาทจะเกาะตัวกันแน่นและกระด้าง   สูญเสียความยืดหยุ่น  นั่นคืออาการอ่อนๆ ของโรคประสาท  อธิบายว่าสติที่จะระลึกความผิดถูกและความเหมาะสมกับสถานการณ์ตามที่เป็นจริงเสื่อมถอยลง   ความกระตือรือร้น  และความสามารถจะแก้ไขปัญหาลดลง   ภาวะดังกล่าวย่อมเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่เต็ม

วิเคราะห์ภาวะของจิตโดยหาตัวร่วม

                   ขอให้เราวิเคราะห์สภาวะจิตใจจากฐานสี่แห่ง   สุทธิ  ปัญญา  เมตตา  ขันติ   ในฐานะเป็นฐานความงอกงามของคุณลักษณะอื่น    เราจะตรวจดูความผันแปรของอารมณ์  ความรู้สึกนึกคิด  และความตั้งจิตปรารถนาของบุคคลว่าเป็นเช่นไร    การศึกษาทางจิตวิทยาแสดงว่าคุณลักษณะที่ประกอบกันนำไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่เต็มจักอำนวยให้บุคคลไม่มีปัญหา   แม้เกิดปัญหาเป็นครั้งคราวก็ขจัดเสียได้โดยไม่ลุกลามต่อไป   ด้วยเหตุดังนี้ความวิตกกังวลไม่มีโอกาสบั่นทอนศักยภาพความเป็นมนุษย์ของเขา

                        ก็ความวิตกกังวลมีเงื่อนไขส่วนใหญ่มาจากสังคมมิใช่หรือ   อดัมกับอีฟต้องร่วงหล่นออกจากสวนสวรรค์แห่งความสะอาด  สว่าง  สงบ  เพราะความละโมบไปลักเสพผลไม้ของพระผู้เป็นเจ้า    มนุษย์จึงตกอยู่ในโลกแห่งความละโมบนั้นเรื่อยมา   ทั้งนี้กล่าวตามความเชื่อของคริสต์ธรรมที่กล่าวถึงต้นเหตุแห่งปัญหาของมนุษย์

                        ความงอกงามของบุคลิกภาพอยู่ที่ความสามารถแก้ปัญหาได้  จึงได้ชื่อว่าเขามีชีวิตเหนือปัญหาหรืออีกนัยหนึ่งบุคคลย่อมหาทางดำเนินชีวิตในลักษณะที่ไม่นำให้เกิดปัญหา    จิตวิทยาตีค่าของชีวิตว่า  ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างกล้าหาญ   บุคคลจักได้สามารถยังประโยชน์ต่อมนุษยชาติเต็มที่สมที่เกิดมาเป็นมนุษย์

                        ด้วยภาพของมนุษย์ที่นักจิตวิทยานามมาสโล   ระบุไว้ว่าเป็นตัวการทำให้มนุษย์มีชีวิตที่เต็มดังที่เขาเรียกทฤษฎีของเขาว่า Self  Actualization (การประจักษ์ค่าจริงแท้แห่งตน) มีลักษณะกล่าวโดยย่อคือ

                         ๑. อิสรภาพที่จะหลุดพ้นจากความครอบงำของระเบียบประเพณีที่ล้าหลัง

                         ๒. ดวงจิตพรั่งพรูสะพรึบพร้อมต่องานและต่อเพื่อนมนุษย์

                         ๓. ความสร้างสรรค์

                         ๔. ความร่วมมือกับผู้อื่น

                         ทั้งสี่ข้อนี้ประมวลอยู่ในความหมายของ สุทธิ  คือการงานบริสุทธิ์

                          ๕. มองทะลุเหตุการณ์  เห็นขั้นตอนตามที่เป็นจริง

                          ๖. ทุ่มเทให้กับการแก้ไขปัญหาส่วนรวมมากกว่ามุ่งผลประโยชน์ส่วนตัว

                          ๗. เลือกที่จะใช้มรรควิธีถูกต้อง  สำหรับเป้าหมายที่ถูกต้อง

                          ๘. มองความเป็นอนิจจังของสรรพสิ่งด้วยความขำอย่างรู้เท่าทัน

                          ทั้งสี่ข้อนี้ประมวลอยู่ในความหมายของ ปัญญา

                           ๙. มีจิตปรารถนาจะเห็นมนุษย์ทั้งหลายได้เป็นได้อยู่อย่างมนุษย์

                           ๑๐.มีความรักอย่างที่เรียกว่าความรักคือการให้

                          ทั้งสองข้อนี้ประมวลอยู่ในความหมายของ  เมตตา

                           ๑๑. ยอมรับตัวเอง  และผู้อื่นว่าต่างประกอบด้วยข้อดี  และข้อบกพร่องเป็นธรรมดา

                           ๑๒.สามารถละวางอารมณ์และความคิดของตนจากสิ่งที่ยังแก้ไขไม่ได้

                           ทั้งสามข้อนี้ประมวลอยู่ในความหมายของ   “ขันติ”

การตั้งจิตปรารถนาที่จะใช้ชีวิตตามแนวดังกล่าว ๑๓ ข้อ  ซึ่งมีเนื้อหาร่วมกับคติสี่แห่ง  สุทธิ  ปัญญา  เมตตา  ขันติ   อาจใช้เป็นฐานให้เราแต่ละคนลองตรวจตนเอง   และทดลองเน้นปฏิบัติข้อใดข้อหนึ่งที่ถูกใจมากๆ  เป็นของขวัญให้กับตนเองก็ยังได้


อ่าน 24 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting



 
 หุ่นเชิดมือ ครูองุ่นมาลิก 
 หุ่นเชิดมือ ครูองุ่นมาลิก 
สำนักงานใหญ่ของมูลนิธิไชยวนา "บ้านครูองุ่น มาลิก" เลขที่ ๖๗ ปากซอยทองหล่อ ๓
ถนนสุขุมวิท ๕๕ แขวงคลองตันเ หนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐