รวมบทความรำลึกถึง ครูองุ่น 1
 รวมบทความรำลึกถึง ครูองุ่น 2
 นิทานพื้นบ้านนานาชาติ ตำนานพระจันทร์ ปาปัว นิวกินนี แปลและเรียบเรียงโดย องุ่น มาลิก
 แม่มดกับไข่ทอง และ มือใครยาวสาวได้สาวเอา
 ระดับความว้าวุ่นของสังคม กระทบความราบรื่นของครอบครัว

 

ระดับความว้าวุ่นของสังคม กระทบความราบรื่นของครอบครัว


            วันแห่งการเข้าพรรษาผ่านพ้นไปพร้อมด้วยตุลาคมอันนองน้ำ ธรรมเทศนาประจำพรรษาชุดธรรมชีวิตของพระอาจารย์สวนโมกข์  จบลงด้วยเวลาเพียงเท่านั้น   แต่ชีวิตที่มีธรรมะเป็นองค์นำไม่จบ  เส้นทางชีวิตที่ปักป้ายว่า “การทำหน้าที่คือการประพฤติธรรม”  เปิดกว้างให้ผู้คนมาดูมาทำ
            ถ้าชีวิตทั้งหมดทั้งปวงดำเนินไปโดยไม่ขัดกับธรรมชาติ ทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เบียดเบียนกันและกัน  ยุคทมิฬคงมิได้มีโอกาสเข้าครอบครองเหนือฟ้าเมืองไทยดั่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

หงุดหงิดกันแต่เช้า-เข้านอนก่ายหน้าผาก
            สมมุติ  คุณยืนแขวนอยู่บนรถเมล์หนึ่งชั่วโมงครึ่ง จากพระโขนงไปท่าพระจันทร์เพื่อไปทำงานตอนเช้า  คำถามใดบ้างเกิดขึ้นในสมองของคุณ สิ่งที่รำคาญที่สุดคือส่วนของชีวิตที่ต้องสูญเสียไปอย่างบัดซบด้วยการเดินทาง   วันหนึ่งๆ ชาติสูญเสียแรงงานไปด้วยราคาสุดจะประเมินได้  ยิ่งคำนวณถึงความทรุดของปัญหาและอารมณ์อันเป็นผลทางจิตวิทยาต่อระบบประสาทของผู้คนแล้ว   อาจจะต้องยืมคำฝรั่งที่เขาขนานนามประเทศไทยยุครัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปีว่า  “ดินแดนแห่งความสิ้นหวัง”  มาบรรยายความในใจของผู้คน

            เพลงเขาร้องว่า “ค่ำลง  ค่ำลง  นกน้อยโผลงเกาะพุ่มมะไฟ”  นั่นมันชนบท   ต่างจากนกน้อยนกใหญ่ในกรุง  พอออกจากห้างสรรพสินค้าก็โผลงจอทีวี  ดูรายการผ่อนอารมณ์ได้สักครู่ก็โดนกระหน่ำด้วยโฆษณาสินค้าอีกแล้ว   จิตใจประหนึ่งถูกโบยด้วยแส้   มันแสบนักถ้ายังไม่ได้ซื้อหาสินค้าใหม่ๆให้ทันหน้าเพื่อนฝูง   ให้ถูกต้องกับรสนิยมของธนายุค  ครุ่นคิดแต่เรื่องจะหาเงินหาเงิน   อย่าว่าแต่จะเข้านอนต้องก่ายหน้าผากเลย  อาจต้องกินยากล่อมประสาทกว่าจะหลับลงได้

ระดับความว้าวุ่นของสังคมวัดได้จากข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ 


        เครื่องมือวัดความว้าวุ่นของสังคม  ด้วยวิธีจิตวิทยามิใช่วิธีลึกลับ  สาระสำคัญอยู่ที่การสังเกตจากปรากฏการณ์รอบๆ ตัวที่ทุกคนรู้เห็นอยู่นี่แหละเป็นแต่เพียงว่าระเบียบวิธีวัดดำเนินไปอย่างละเอียด ถูกถ้วนตามกระบวนการวิทยาศาสตร์ มีการคำนวณความถี่,ความกระจายแผ่ซ่านของพฤติกรรมนั้นๆ ปริมาณของผู้คนที่แสดงอาการอย่างนั้นๆ  มีการวัดค่าระดับความถี่ที่ออกมาเป็นตัวเลขนั้นเชื่อถือได้เพียงใด  เมื่อเปรียบเทียบกับอีกช่วงเวลาหนึ่ง  เป็นต้น

                   แก่นของการวัดจึงอยู่ที่การสังเกตพฤติกรรม เมื่อคุณหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่าน ๒-๓ฉบับ พบพฤติกรรมหนึ่งที่มันถี่และซ้ำๆกันก็พอจะถือได้ว่านั่นเป็นลักษณะของสังคม  เช่นการประทุษร้ายร่างกาย   ประทุษกรรมทางเพศและทรัพย์สิน  โฆษณาสินค้าอย่างมโหฬาร  ข่าวการรักษาดุลอำนาจของทหาร   ข่าวบุคคลสำคัญ  แชร์ล้ม   การลงทุนครั้งใหม่ของนายทุนข้ามชาติ  การพิจารณาอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำยังไม่เป็นที่พอใจของนายทุน   จบลงด้วยข่าวความคับแค้นของคนยากคนจน

                    จิตวิทยาสนใจเหนือไปกว่านั้น  จะมองที่ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมอย่างนั้นๆ  กับจิตใจของผู้คนพลเมือง  กล่าวคือพิจารณาว่าเหตุการณ์ในสังคมที่เกิดขึ้นอย่างนั้นมีผลต่อจิตใจของประชาชนโดยส่วนรวมอย่างไร    เขาจะอดทนต่อสภาพเช่นนี้ได้ถึงไหน    การเก็บกด, ความอึดอัดที่ไม่สามารถระบายออกได้นั้น  จะพาจิตเคลื่อนไปสู่อาการวิปริตอย่างใดหรือไม่  อาทิสิ่งที่เห็นได้ง่ายและสร้างความระส่ำระสายในครอบครัวคือ  ลูกไม่เชื่อฟังพ่อแม่  เรียกร้องเอาเงินไม่ได้มากเท่าที่ต้องการก็มีปฏิกิริยาประชดประชันแดกดัน   ความสัมพันธ์ระหว่างสามี-ภรรยา เปราะบางยิ่งนัก


สว่าง  สะอาด  สงบ vs.บอด  โสมม  ร้อน
          พุทธศาสนา  เน้นเรื่อง  สว่าง  สะอาด  สงบ  โดยชี้ว่าจิตที่มีลักษณะดังกล่าวเท่านั้นจะควบคุมพฤติกรรมให้เป็นสัมมาปฏิบัติได้  หรือเพราะว่าเมืองไทยกำลังอยู่ใน  “ยุคทมิฬ”  กระมัง  สังคมไทยจึงมืดบอดต่อพุทธลักษณะทั้งสามนี้   มองไปทางไหนเห็นแต่ประชาชนถูกครอบงำให้งมงายอยู่ในไสยศาสตร์  (ไสย แปลว่า นอนหลับ)  มีศาลพระพรหมไว้ให้กราบไหว้  ส่งเสริมการเข้าเจ้าเข้าทรง  ให้กราบไหว้วิญญาณ  ให้อธิษฐานขอหวย  บุญบาปเป็นของคู่   มีเงินซะอย่างเอาไปทำบุญล้างบาปได้  วัดจึงกลายเป็นเครื่องกระตุ้นให้คนหมดความละอายต่อบาป  เพราะมีเงินไปซื้อบุญชำระล้างบาปได้  นี่ใช่ไหมตัวอย่างของความมืดบอดทางปัญญา

           เขาปลุกเสกพระพุทธรูปแขวนคอกันเป็นพวงๆ  พระเป็นผู้ให้โชคลาภได้ จึงมีการนิมนต์ไปเปิดป้าย  เจิมป้าย  วัดเป็นที่อบรมลูกเสือชาวบ้าน   มีการต้อนรับด้วยการรำวงค่อนรุ่ง  มีการจับคู่รำกันอย่างใกล้ชิด บางครั้งยังตามมาหึงเมียถึงวงฟ้อนรำ  เกิดทุบตีกัน  บางรายถึงหย่าร้างกันภายหลัง ลานวัดกลายเป็นที่ฉายภาพยนตร์โป๊บ้างไม่โป๊บ้าง   เป็นที่ขายยา  กระตุ้น  ยาอ้วน ยาผอม  วัดกลายเป็นที่จอดรถทัศนาจร จัดงานกันแต่ละครั้ง  ติดตั้งเครื่องขยายเสียงแรงสูง    เป็นที่เดือดร้อนและหนวกหูแก่ชาวบ้านใกล้เคียง

            เรื่องมือบอด, โสมม, เร่าร้อน  ถูกนำไปจนถึงลานวัดแล้ว  สังคมทั่วๆ ไปจะถึงขนาดไหน  ลองฟังศิลปินคนหนึ่ง (วสันต์  สิทธิเขตต์) บรรยายชะตากรรมของคนเมือง

            และผู้คนก็ยังอยู่

            เขาอยู่กันในเมืองนี้

            เมืองที่มีทหารปกครอง

            เมืองที่กำลังเน่าสลาย

            เมืองที่มีปัญญาชนเป็นมะเร็ง

            เมืองที่ประชาชนตาบอด

            เงินและปืนคืออำนาจ

            และผู้คนก็ยังอยู่

            อยู่เพื่อเสพสมสืบพันธุ์

            อยู่เพื่อแข่งขันตะเกียกตะกาย

            อยู่เพื่อขายวิญญาณให้มารร้าย

            เมืองที่ชี้นำโดยเหล่าโหร

            เมืองที่มีโจรร่างกฎหมาย

            เมืองที่คนทั้งประเทศเป็นขอทาน

            เมืองที่คนทำงานเพียงเพื่ออยู่

            เมืองที่ขยะท่วมทางเท้า

            เมืองที่เต็มด้วยความเมามาย

            ความงมงายงอกงาม

(งานแสดงศิลปะที่ชมรมรวงผึ้ง, ถนนพหลโยธิน ๓๕, ต.ค.)


พุทธศาสนามุ่ง  สว่าง  สะอาด  สงบ  จิตแพทย์มุ่งสามสิ่งนั้น  แด่ผู้ป่วยของเขาเช่นกัน

            ขอให้เราถามตัวเราเองว่า  ลาภ   อำนาจ  สรรเสริญ   สุข  ที่ตั้งอยู่บนความหลงใหลงมงายเป็นประการแรก  ที่ได้มาด้วยความหลอกลวง  ฉ้อฉล  เป็นประการที่สอง  ที่มีความเร่าร้อน  ชิงไหวชิงพริบ  อิจฉาพยาบาทเติมเป็นพลังอยู่ร่ำไปเป็นประการที่สาม   มันสร้างภาวะจิตใจที่ตรงข้ามกับความสว่าง  สะอาด  สงบ  อย่างสิ้นเชิง    จริงไหม ?   มันขัดกับธรรมชาติใช่ไหม ?   เพราะมันขัดกับธรรมชาตินั่นแหละ   มันจึงเป็นบ่อเกิดของโรคจิต  โรคประสาท  ใช่ไหม ?

        ขอให้เราถามและพยายามหาคำตอบต่อไปว่า  ผู้คนที่มีอาการโรคจิตโรคประสาทมีสาเหตุมาจากอะไร

๑. เพราะเขามืดบอดต่อธรรมชาติ  ไม่เห็นความจริงตามภาวะวิสัยของโลก หลงเชื่อผีสาง เขาจึงงมงาย ลุ่มหลง ในเชิงรูปธรรม  เขามืดบอด  ในเชิงนามธรรม  เขามีโมหะ  ในเชิงพุทธะ  เขาไม่เห็นแสงสว่าง

๒. เขาไม่คิดหาหนทางใหม่ที่สะอาด  สร้างสรรค์ เขาจมมิด,  ย้ำอยู่กับความคิดหมักหมม เรื้อรัง, เขาจึงสกปรกโสมม  ไม่เคลื่อนไหว,  ไม่ผลิต  ในเชิงรูปธรรมเขาจมมิดในเชิงนามธรรมเขามีราคะ  ในเชิงพุทธะ เขาไม่สะอาด

๓. จิตของเขาเต็มไปด้วยความทุรนทุราย  กังวลสูง ว้าวุ่นรุนแรง  เกรงโน่นกลัวนี่ หวาดระแวง ในเชิงรูปธรรม เขาเร่าร้อนดั่งเพลิงสุมในเชิงนามธรรม  เขามีโทสะ  ในเชิงพุทธะ  เขาไม่สงบ


          เมื่อพบสาเหตุหลักของผู้ที่เป็นโรคจิต  โรคประสาทแล้ว   แพทย์จะมุ่งแก้ไขที่ต้นเหตุ  แล้วอาการจะหมดไป

          ก่อนอื่นแพทย์จะมุ่งมาที่กำจัดสิ่งโสโครกหมักหมม  ทำให้ผู้ป่วยมีจิตสะอาดให้ได้  ผู้ป่วยได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานบางสิ่งบางอย่างเท่าที่พิจารณาเห็นเหมาะสม  โดยไม่รู้ตัว  ผู้ป่วยจะตั้งใจทำงานอาจจะเพื่อเอาใจแพทย์  แต่ขณะเดียวกันนั้นแหละ  สมาธิที่มีต่องานจะตัดความหมกมุ่นเรื้อรังเดิมๆ ลงไปได้ทีละน้อย   ความแจ่มใสเบิกบานที่เกิดขึ้นใหม่จะเป็น  “พลังเสริม”  ให้ผู้ป่วยอยากทำงานมากขึ้น   นับว่าจิตใจของเขาถูกชำระให้สะอาดขึ้นโดยหน้าที่การงาน  นี่ก็เป็นการเพียงพอแล้วที่จะยืนยันว่า  การทำหน้าที่การงานคือการปฏิบัติธรรม

           ถ้าผู้ป่วยพอใจที่จะทำการงานอะไรสักอย่างแล้ว   สถานการณ์ก็เป็นต่อ   กล่าวคือความทุรนทุราย   หวาดระแวงจะลดลง    ทั้งนี้ก็เนื่องจากเขาเกิดมั่นใจกับงาน   ความมั่นคงจึงนำมาซึ่งความสงบ   ส่วนความหลงใหลงมงายที่คิดว่าพระพรหมจะช่วยเขา  หรือวิญญาณบรรพชนกำลังลงโทษเขา  จะกลายเป็นเรื่องไร้สาระไปเอง  เพราะตัวเขาค้นพบตัวเขาเอง  ถ้าเขาสามารถประกอบการงานด้วยมือด้วยสมองโดยไม่ต้องอ้อนวอนพึ่งพาใคร  และก็ไม่น่าจะเกรงกลัวเลอะๆเทอะๆ อีกต่อไปแล้ว  อิสรภาพบังเกิดแก่เขา

สรุป  การศึกษาตรวจค้นข้อเท็จจริงครั้งนี้ให้คำตอบแก่เราอย่างไรบ้าง

            ๑. การทำหน้าที่คือการปฏิบัติธรรม  มีความหมายอันสมบูรณ์ในตัวของมันเอง  เป็นสูตรป้องกันและเยีวยาโรคประสาทขนานเอก   ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะว่าการงานไม่ว่าจะประเภทต่ำหรือสูง   ย่อมอำนวยความสว่าง   สะอาด   สงบให้กับจิตใจ   แถมด้วยอิสรภาพ

            ๒. เป็นการยืนยันว่าจิตวิทยาคือส่วนที่เป็นศาสตร์ที่งอกงามขึ้นมาจากศาสนา

           ๓. คำถาม : คน  ที่เอาเปรียบผู้อื่น  คนที่คอร์รัปชั่น  คนที่ครอบงำให้ผู้อื่นงมงาย  คนที่กดขี่ข่มเหงผู้อื่นโดยอาศัยอำนาจ   คนที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น   คนที่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน  นับว่าเขาประกอบมิจฉาปฏิบัติ   แต่ทำไมเขามีฐานะดี  มีชีวิตโอ่อ่าสมบูรณ์พูนสุข   ทำไมความทุกข์ยากที่เขาประเดประดังให้ผู้อื่นไม่ปรากฏผลต่อเขา
            คำตอบ : ปัจจัยฝ่ายรูปธรรมค้ำจุนเขาอยู่   ฝ่ายนามธรรมสุขภาพจิตของเขาทรุดบั่นลงเรื่อยๆ  ตามกฎธรรมชาติ  มนุษย์สำนึกของเขาตกต่ำจนเขาเที่ยววิ่งหาที่พึ่งทางใจ  เขาสร้างพระ  สร้างโบสถ์  สร้างศาลเทพอารักษ์   บนบานให้พระพรหมช่วย   เขาแขวนพระเครื่อง  เขารดน้ำมนต์   เขาทำพิธีสะเดาะเคราะห์  พูดตามหลักวิทยาศาสตร์แล้วเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวจนต้องขอให้ผีสางช่วย   เขาไม่มีวันเข้าใจสภาวะแห่งอิสรภาพเลย


อ่าน 28 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting



 
 หุ่นเชิดมือ ครูองุ่นมาลิก 
 หุ่นเชิดมือ ครูองุ่นมาลิก 
สำนักงานใหญ่ของมูลนิธิไชยวนา "บ้านครูองุ่น มาลิก" เลขที่ ๖๗ ปากซอยทองหล่อ ๓
ถนนสุขุมวิท ๕๕ แขวงคลองตันเ หนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐