รวมบทความรำลึกถึง ครูองุ่น 1
 รวมบทความรำลึกถึง ครูองุ่น 2
 นิทานพื้นบ้านนานาชาติ ตำนานพระจันทร์ ปาปัว นิวกินนี แปลและเรียบเรียงโดย องุ่น มาลิก
 แม่มดกับไข่ทอง และ มือใครยาวสาวได้สาวเอา
 ระดับความว้าวุ่นของสังคม กระทบความราบรื่นของครอบครัว

 

วัยรุ่น...เธอกำลังจะไปไหน


            พลังอันเป็นสัญชาตญาณของปวงสัตว์ในการดำรงชีวิตอยู่  คือความรู้สึกว่ามีตัวตนเป็น “ฉัน” ยิ่งเป็นมนุษย์ที่มีสมบัติ  มีเกียรติยศชื่อเสียง   มีครอบครัว  มีวิชาความรู้ตีค่าออกเป็นปริญญา  ความรู้สึกว่านี่คือฉัน   ย่อมหยั่งรากลึกอยู่ในอารมณ์จนรู้สึกว่าฉันมีหน้ามีตาอยู่ในสังคม  ฉันจึงต้องรักษาหน้าไว้ให้ผุดผาดเยี่ยม  ความรู้สึกว่าไม่ยอมเสียหน้าเป็นแรงผักดันให้บุคคลอยากจะดีเด่นอยู่เหนือผู้อื่นนี่เป็นลักษณะตามธรรมชาติ  มันเป็นเช่นนั้นเอง

            หากจะมีเหตุปัจจัยอย่างใดอย่างหนึ่งในชีวิตทำให้บุคคลไม่สมหวัง   ยิ่งถ้าเป็นเรื่องรักๆใคร่ๆ ด้วยแล้ว  ความน้อยหน้าจะหนักหน่วงจนเกิดเป็นปมแห่งความขัดแย้งรุนแรง   อารมณ์สั่นสะเทือนจนไม่มั่นคง  แต่ลังเล   ไหลล้นไปในทิศทางแห่งความแค้น  จนคับอกไปหมด  ความคับแค้นข้องอกข้องใจสร้างความทุกข์โทมนัสจนใบหน้าเศร้าหมอง  ดวงตาแห้งผาก

           เพื่อที่จะดำรงตัวฉันให้อยู่ได้  กลไกทางจิตจะปรับตัวเองให้เข้าสู่ดุล   แม้จะในทิศทางค่าลบ   ค่าความด้อยจึงถูกแทนด้วยค่าความเขื่องพลังของปมเขื่องจะเร่งเร้าให้บุคคลหาหนทางนานาชนิดเท่าที่สังคมจะอำนวยให้  เขาสามารถแสดงความยิ่งใหญ่และความเด่นของเขาออกมา

ท่ามกลางความสิ้นแสงแห่งปัญญาบุคคลหาทางเขื่องได้อย่างไร

            ท่ามกลางความอกหักด้านเพศ   ด้านเศรษฐกิจ   ด้านมนุษยสัมพันธ์   อันเนื่องจากการแข่งขันชิงตำแหน่ง,  ชิงโล่เกียรติยศ, ชิงเหรียญตรา   ย่อมมีเนื้อหาอารมณ์ระส่ำระสายเช่นกัน  อารมณ์ที่ขาดความสำรวมเช่นนี้นำมาซึ่งการขาดสติ  ไร้เอกภาพ  อารมณ์ส่วนที่มีค่าลบมีน้ำหนักและปริมาณสูงบดบังอารมณ์สุขเย็นอันเป็นบ่อเกิดแห่งปัญญาสมาธิบุคคลย่อมหาทางทดแทนสิ่งสูญเสียในหนทางที่แตกต่างกัน  อาทิ

           ๑. แสดงความเด่นในทางสร้างสรรค์   กรณีของชายหนุ่มผู้พลาดรัก  จึงชดเชยอารมณ์หมองหม่นด้วยการใช้เวลาและพลังงานไปช่วยชาวบ้านพัฒนาแหล่งเสื่อมโทรมแห่งหนึ่ง   ชายหนุ่มขาพิการผู้หนึ่งทุ่มเทกับการเล่นดนตรีชนิดหนึ่งจนสามารถร่วมแรงกับเพื่อนสร้างวงดนตรีขึ้นมาวงหนึ่ง

            ๒. แสดงความเขื่องในเชิงประชดประชัน  ปรากฏผลเป็นการประทุษร้ายตนเอง  หญิงสาวผู้เสียใจว่าชายผู้เป็นที่รักละทิ้งตนจึงหันไปใช้ชีวิตเหลวแหลก   ทั้งๆที่เป็นการประทุษร้ายตนเองโดยแท้  แต่หญิงสาวต้องการประชดให้ฝ่ายชายเห็นว่า  เธอได้ทำลายชีวิตฉันแล้วนะ”

            ถ้าเราจะมองว่าสังคมธุรกิจการค้าปัจจุบันมีบริการและสินค้าสำหรับพอกเสริมปมด้อยของผู้คนทุกรุ่นทุกวัย    โดยเฉพาะวัยรุ่นก็เห็นจะไม่ผิด   ขอให้เรามองมายังลูกสาวลูกชายวัยรุ่นจำนวนไม่น้อยที่มองภาระหน้าที่ในการศึกษาเล่าเรียนของตนว่าจิ๊บจ๊อยเมื่อเทียบกับความเขื่องยามเขย่าร่างอยู่บนฟลอร์อาบแสงไฟ   แค่มือเอื้อมคือหญิงรุ่นเดียวกันสะคราญในชุดเสื้อผ้าราคาแพงลิบ   ในสภาพการณ์อย่างนี้ความรู้สึกต่อครอบครัวและเสียงเรียกร้องของแม่ให้ช่วยทำงานบ้านจึงเป็นสิ่งน่าเบื่อหน่าย

            ในครอบครัวที่พ่อแม่ไม่สามารถยอมรับพฤติกรรมฟุ้งเฟ้อของลูกเยี่ยงนี้ได้   ความขัดแย้งย่อมสูง   ฝ่ายลูกวัยรุ่นก็มักจะชดเชยความไม่พออกพอใจทางบ้าน   ด้วยการใช้ชีวิตนอกบ้านยิ่งขึ้น   ประชดแม่ที่ไม่ยอมเข้าใจชีวิตสมัยใหม่

           วัยรุ่นที่หลงระเริงเหล่านี้ไม่สนใจกับคำตักเตือนของเพื่อนเก่าที่ว่าเขากำลังแหกคอกมิใช่มุ่งสู่อิสรภาพ   แต่เป็นการพุ่งตัวลงเหว  เขาค้นหาตัวเองไม่พอหรอก   เพราะกำลังถูกกลืนหายเข้าไปในปากของยักษ์แห่งความโฉดเขลาเบาปัญญา

            เราสังเกตพฤติกรรมของวัยรุ่นได้  แต่จิตใจของเขานั้นเราได้แต่เทียบเคียงเอาจากกรณีที่นักจิตวิทยาทำการศึกษาไว้   เราอาจพูดว่า

            ในส่วนลึกๆ  แล้ววัยรุ่นที่ประพฤติตัวเช่นนั้นไม่เป็นสุข   เขารู้ว่าเขาทำร้ายจิตใจพ่อแม่   เขาอาจสะใจที่ได้ลงโทษพ่อแม่ที่ขัดใจเขาในเรื่องใดก็ตามแต่  เขาลงโทษพ่อแม่หนักเพียงใด เขาเองก็เจ็บปวดเพียงนั้น  แต่ความเจ็บปวดของเขาทั้งนี้มันเป็นยาบำบัดความชอกช้ำเดิมๆ ในใจของเขา

มีทางแก้ไขให้เขากลับมาสู่ชีวิตปรกติไหม ?

            การที่จะอธิบายว่า วัยรุ่นกำลังชดใช้กรรมเก่าของเขาด้วยความเสื่อมทรุดของชีวิต ย่อมไม่นำไปสู่ผลเชิงบวกใดๆ เลย  การที่จะกล่าวว่าเขาปัญญาอ่อนจึงประพฤติโง่ๆ อย่างนั้นก็ไม่ถูกต้อง  การจะพูดว่าเขาหลงใหล  เขาตกเป็นเหยื่อของสังคมที่กำลังคลั่งไคล้ด้วยสถานยั่วยุกิเลส  ถ้าจะแก้ไขต้องไปแก้ที่สังคมและวัฒนธรรมที่กำลังเสื่อมโทรมซึ่งก็ยังไม่มีทางเป็นไปได้   เหตุนี้กระมังที่ทำให้เราหันไปฟังทรรศนะจากแนวจิตวิทยาดูบ้าง  ดังนี้

         ๑. ปล่อยให้เขาโชกโชนดื่มรสแสงสีแห่งโลกียสุขจนถึงขนาดเกินพอ แล้วเขาจะพบด้วยปัญญาเองว่า ถ้าเขาไม่หยุดเขาจะตายแน่เมื่อภาวะถึงขึ้นที่ระบบกาย  จิต  อารมณ์  รับไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

          ๒. แยกเขาไปเสียจากสังคมนี้  ให้เขาพบวิถีชีวิตอันใหม่

         ๓.เอาสองวิธีข้างต้นมารวมกัน เสนอแนะให้เขามองเห็นด้วยปัญญาของเขาเองว่าชีวิตเสเพลที่เขากำลังดำเนินอยู่มีทางนำชีวิตไปสู่หายนะ   วิถีชีวิตที่ดีกว่ายังเปิดอยู่แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายอยู่ที่ตัวเขาเอง  หนทางทั้งสามที่จิตวิทยาเสนอไม่พ้นไปจากสิ่งที่พระสมณโคดมได้ศึกษาไว้   นั่นคือวิถีที่เป็นสัจจะอยู่แล้วตามธรรมชาติ   เพียงแต่พระบรมครูได้ศึกษาและนำมาอรรถาธิบายไว้โดยแยบคาย

         ๑. เมื่อบุคคลพบด้วยปัญญาว่า  สิ่งที่เขาหลงใหลยึดถือว่าเป็นสุขนั้น  แท้จริงเป็นทุกข์

         ๒. เขาสืบค้นได้ว่า  ทุกข์ที่เขากำลังเผชิญอยู่นั้น   มีสาเหตุมาจากไหน

         ๓. วิถีทางที่จะพ้นจากทุกข์มีอยู่

         ๔. เดินไปตามมรรควิธีสายนี้   เธอจะพบชีวิตอันเต็มเปี่ยมของความเป็นมนุษย์

            ณ  ที่นี้พูดได้แต่เพียงว่า  สำหรับหญิงชายวัยรุ่นที่กำลังมัวเมาอยู่กับชีวิตเร่าร้อนบรรเลงเพลงสังหาร   เธอมีมรดกของความเป็นไทยเหลืออยู่ก็เพียงดวงปัญญาอิสระแห่งอริยสัจสี่นี้เท่านั้น   มองดูเอาเองเถิดสมบัติส่วนอื่นของคนไทยมีอะไรเหลืออยู่อีกบ้าง

มนุษย์มีชีวิตอยู่เพื่อหน้าที่การงาน

            ถ้าหญิงชายวัยรุ่นยังคงทำหน้าที่ของเขาอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง   การเที่ยวเตร่ของเขาจะไม่นำไปสู่จุดเสื่อมโทรมขั้นอุกฤษฎ์เป็นแน่แท้   เพราะหน้าที่การงานเป็นตัวรักษาดุลอยู่ในตัว  ดุลในที่นี้เป็นทั้งฐานทางเศรษฐกิจ,  อารมณ์  และสังคม


อ่าน 243 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting



 
 หุ่นเชิดมือ ครูองุ่นมาลิก 
 หุ่นเชิดมือ ครูองุ่นมาลิก 
สำนักงานใหญ่ของมูลนิธิไชยวนา "บ้านครูองุ่น มาลิก" เลขที่ ๖๗ ปากซอยทองหล่อ ๓
ถนนสุขุมวิท ๕๕ แขวงคลองตันเ หนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐